แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไข้หวัด2009 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไข้หวัด2009 แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การรักษา ไข้หวัด2009

การรักษา ไข้หวัด2009

ไข้หวัด 2009 เป็นแล้วหายเองได้ไหม?


โดยส่วนใหญ่ มีโอกาสหายเองได้มีสูง หากพักผ่อนและและดูแลสุขภาพอย่างดี ในรายที่มีอาการเพียงเล็กน้อยจะสามารถหายเองได้ภายใน 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนแข็งแรงร่างกายก็สามารถปรับสภาพให้กลับมาแข็งแรงได้โดยเร็ว บางคนสภาพร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว ซ้ำยังมีโรคประจำตัวอีก ก็อาจจะหายได้ช้าและยิ่งต้องดูแลมากกว่าผู้ป่วยรายอื่นๆ เมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้วครั้งหนึ่ง ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ดังนั้นหากโชคร้ายเป็นโรคนี้แล้ว ก็จะไม่โชคร้ายกลับมาเป็นซ้ำอีก


ใครคือกลุ่มเสี่ยง?


ทุกคนมีสิทธิ์เป็นโรคนี้ได้เหมือนกัน แต่คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะมีอาการรุนแรงและอันตรายกว่า
กลุ่ม เสี่ยงก็คือ หญิงมีครรภ์ คนที่มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน โรคเลือด เบาหวาน ตับ ไต และผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และ ผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้นไป คนกลุ่มนี้คือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเชื้อโรคมันจะรีบเข้าไปทำลายปอดก่อนอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้มีโรคประจำตัวหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ถ้ามีอาการต้องสงสัย ควรรีบไปหาหมอให้เร็วที่สุด


ดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน?


เนื่องจากเมื่อมีอาการไข้ที่ยังไม่ชัดเจน ร่างกายจะมีความอ่อนแอ การไปอยู่ยังสถานที่ที่เสี่ยงรับเชื้อโรคมาสู่ร่างกาย เช่น โรงพยาบาลนั้นย่อมเป็นวิธีการที่ไม่ควรกระทำ เพราะที่โรงพยาบาล อาจจะเป็นแหล่งนัดพบของเชื้อโรคชนิดต่างๆ ทางที่ดีคือ เมื่อมีอาการเพียงเล็กน้อยและไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงอันตราย ควรพักอยู่ที่บ้านเพื่อดูอาการและพักผ่อนให้เพียงพอก่อน และรักษาตนเองก่อนตามขั้นตอนการดูแลเมื่อเป็นไข้หวัดปกติ


ห้ามกินยาแอสไพริน


ห้ามกินยาแอสไพรินโดยเด็ดขาด


เพราะอาการของไข้หวัดใหญ่นั้นจะใกล้เคียงกับไข้เลือดออก ซึ่งถ้าเป็นไข้เลือดออกหากเรากินยาแอสไพรินเข้าไป อาจทำให้ภาวะเลือดออกรุนแรงขึ้นหรือเลือดออกมากขึ้น แต่ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ การกินยาแอสไพริน อาจจะทำให้เกิดอาการสมองบวม ปวดหัว จนถึงไม่รู้สึกตัวและในบางรายอาจมีตับวายได้

กินยาปฏิชีวนะ ไม่ช่วยอะไร

เพราะไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะยาปฏิชีวนะมีไว้สำหรับจัดการเจ้าเชื้อแบคทีเรีย ยกเว้นว่าพบเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จึงค่อยรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:
- 9 วิธีง่ายๆที่จะดูแลตัวเองให้พ้นจากไข้หวัด2009 และช่วยลดการระบาด
- อาการ ไข้หวัด2009


ที่มา: http://www.flu2009thailand.com

อาการ ไข้หวัด2009

อาการ ไข้หวัด2009

อาการไข้หวัด2009









วิธีง่ายๆ ที่ใช้สังเกตอาการไข้หวัด2009

ลดความกังวลใจ ลดความเสี่ยงในการไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น

  • ถ้ามีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส ร่วมกับ ไอ เจ็บคอ ให้ดูว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นหนักหรือเปล่า ถ้าใช่ต้องไปหาหมอทันที
  • ถ้าไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ข้อมูลกลุ่มเสี่ยงอยู่ในหมวดการรักษา) ในเบื้องต้นให้กินยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้
  • ถ้ากินยาพาราเซตามอลแล้ว อาการขั้นแรกยังมีอยู่ นั่นคือ ไข้สูง ไอ เจ็บคอ แล้วก็มีอาการเพิ่มเติมเพียงแค่ 1 ใน 5 สัญญาณอันตราย ก็ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน นั่นคือ

1. ปวดหัวมากแม้กินยาพาราเซตามอลก็ยังไม่ดีขึ้นนัก
2. เบื่ออาหารอย่างมาก ไม่อยากกินอะไรเลย น้ำก็ไม่อยากดื่ม
3. เหนื่อย อ่อนเพลียและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก
4. ไอแล้วเหนื่อย หรือไอแล้วเจ็บเฉพาะที่ ไอแล้วเจ็บหน้าอก
5. มีอาการท้องเสียหรืออาเจียน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:
- 9 วิธีง่ายๆที่จะดูแลตัวเองให้พ้นจากไข้หวัด2009 และช่วยลดการระบาด
- การรักษา ไข้หวัด2009


ที่มา: http://www.flu2009thailand.com

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

9 วิธีง่ายๆที่จะดูแลตัวเองให้พ้นจากไข้หวัด2009 และช่วยลดการระบาด

1. วิธีที่ง่ายที่สุดคือ หลีกเลี่ยงโอกาสเสี่ยงต่างๆ เช่น สถานที่แออัด โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ หรือจะเรียกว่า ปฏิบัติการอยู่บ้าน ต้านหวัด ก็ได้ นอกจากนั้นแล้วก็ต้องล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์

2. ระมัดระวังในการแตะต้องสิ่งของที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ เช่น อาจจะหาดินสอแท่งเล็กๆ ไว้สำหรับกดลิฟท์โดยเฉพาะ แต่ระวังอย่านำดินสอแท่งนั้นมาสัมผัสหน้าหรือนำเข้าปาก หรืออาจใช้ข้อศอกผลักประตูแทนการใช้มือ

3. หลีกเลี่ยงการจับมือ การทักทายด้วยการจุมพิต หรือกิจกรรมทางสังคมอื่นๆที่อาจต้องสัมผัสกับผู้อื่นอย่างใกล้ชิด เช่น งานเต้นรำ การกอดรัดแนบชิด เป็นต้นที่สำคัญหลีกเลี่ยงการเอามือจับจมูก ปาก ขยี้ตา อันเป็นโอกาสนำเชื้อที่อาจอยู่ที่มือเราเข้าไปสู่ร่างกายได้ ที่สำคัญอยู่ห่างจากคนที่ไม่รู้จักให้เกิน 1 เมตรขึ้นไป หรือหันหน้าหนีถ้าต้องอยู่ใกล้ชิด ป้องกันไว้ก่อนเผื่อโชคร้ายถูกไอหรือจามใส่

4. ไม่สูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะยิ่งทำให้คุณมีโอกาสเป็นไข้หวัดใหญ่ที่รุนแรงได้ง่ายขึ้น

5. เมื่อกลับถึงบ้าน ล้างมือ อาบน้ำ ทันที ถ้าสระผมได้ด้วยก็ยิ่งดี ซึ่งมีส่วนช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค


6. ช่วยลดการระบาดด้วยการระมัดระวังไม่ไอหรือจามรดคนอื่น ถ้าไม่มีผ้าปิดปาก ให้ไอหรือจามใส่แขนท่อนบน ก็จะช่วยให้เชื้อโรคอยู่เฉพาะบริเวณนั้น ไม่แพร่กระจายไปยังผู้อื่นโดยมือของเรา ถ้าต้องใช้มือปิดปากเวลาไอหรือจาม ก็ต้องรีบล้างมือ

7. ล้างมือให้สะอาดหลังจากใช้มือปิดปากเวลาไอหรือจาม หรือหลังจากจับต้องสิ่งของที่อาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อโดยผู้ที่ใช้ก่อนเรา

8. ใช้กระดาษทิชชูเวลาสั่งน้ำมูก แล้วทิ้งเมื่อไม่ใช้แล้ว และล้างมือ


9. หากใช้หน้ากากอนามัย เวลาถอดให้จับเฉพาะห่วงคล้องหูหรือสายผูก เพราะด้านหน้าและด้านหลังของหน้ากากจะมีเชื้อโรคอยู่ ทิ้งหลังจากที่ใช้แล้วและล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากถอดหน้ากากอนามัย


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:
- อาการ ไข้หวัด2009
- การรักษา ไข้หวัด2009

ที่มา: http://www.flu2009thailand.com